คู่มือจำแนกชนิดและการศึกษาความเป็นพิษของปลาปักเป้าทะเลวงศ์ Tetraodontidae ในน่านน้ำไทย




Дата канвертавання27.04.2016
Памер305.5 Kb.

คู่มือจำแนกชนิดและการศึกษาความเป็นพิษของปลาปักเป้าทะเลวงศ์ Tetraodontidae ในน่านน้ำไทย

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าปลาปักเป้าเป็นปลาที่มีพิษอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้แก่

ผิวหนัง เลือด กล้ามเนื้อ รวมทั้งอวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ อวัยวะสืบพันธุ์ และจะมีพิษในอวัยวะต่างๆสูงสุดในช่วงฤดูสืบพันธุ์ (Nelson, 2004) พิษของปลาปักเป้ามีชื่อเรียกว่า Tetrodotoxin เป็นสารอัลคาลอยด์ (alkaloid) โดยจะไม่สามารถทำให้สลายโดยความร้อนจากการประกอบอาหารได้ พิษของปลาปักเป้าจะมีผลให้เกิดอาการอัมพาต (paralysis) ของระบบหายใจ โดยจะส่งผลให้เกิดอาการชาตามมือเท้า หายใจติดขัด จนทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง (Halstead, 1978)

ด้านการประมงมีการจับปลาปักเป้าเพื่อการค้า โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่ประกอบอาหารจากปลาปักเป้าจะต้องมีการเรียนและสอบเพื่อรับใบรับรองในการประกอบกิจการ โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะต้องมีความสามารถในการเลือกชนิด ขนาด การชำแหละเอาส่วนที่ไม่ต้องการออก แหล่งที่มาของปลา รวมทั้งฤดูกาลที่จับ จึงจะสามารถนำปลาปักเป้ามาปรุงจำหน่ายได้ โดยประเทศญี่ปุ่นได้กำหนดมาตรฐานการยอมให้มีพิษได้ไม่เกิน 4 MU/g (อัธยา, 2536)

ประเทศไทยก็ได้ตระหนักถึงพิษภัยอันอาจจะเกิดจากการบริโภคปลาปักเป้าเช่นกัน จึงมีการประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 246 พ.ศ. 2545 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย (ปลาปักเป้า) ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้ปลาปักเป้าทุกชนิดและอาหารที่มีเนื้อปลาปักเป้าเป็นส่วนผสมเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย แต่จากสถานการณ์จริงในปัจจุบันมีผลผลิตของปลาปักเป้าจากการทำประมงอวนลากมาขึ้นท่าในปริมาณค่อนข้างสูงจึงมีการลักลอบนำปลาปักเป้ามาชำแหละเพื่อจำหน่ายกันซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ ดังนั้นเอกสารฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือในการจำแนก พร้อมทั้งชนิดของปลาปักเป้าที่มีการศึกษาความเป็นพิษในน่านน้ำไทย

ปลาในวงศ์ปลาปักเป้าจัดอยู่ในวงศ์ Tetraodontidae เป็นวงศ์ที่มีความหลากหลายของชนิดสูง ส่วนใหญ่มีรูปร่างกลมยกเว้นในบางชนิดจะมีรูปร่างแบนข้าง ส่วนท้ายของลำตัวแบน ผิวลำตัวเรียบหรือมีหนามเล็กๆ (prickles) กระจายตามส่วนต่างๆโดยเฉพาะส่วนท้อง มีฟันเชื่อมติดกันเป็นแผ่นคล้ายปากนกโดยมีร่องแบ่งกลาง ไม่มีครีบท้องและกระดูกซี่โครง ครีบหางมีทั้งแบบส้อม (fork) แบบตัดตรง (truncate) และแบบกลม (round) นอกจากนี้ยังมีลักษณะพิเศษคือ สามารถพองตัวให้ป่องกลมคล้ายลูกโป่งได้ด้วยการสูบลมเข้ามาในช่องว่างของลำตัวโดยอาศัยลิ้น (valve) ที่เชื่อมระหว่างคอหอยกับช่องว่างในลำตัวเป็นตัวควบคุม ซึ่งเป็นพฤติกรรมการปรับตัวเพื่อข่มขู่ศัตรู แบ่งเป็น 2 วงศ์ย่อย ได้แก่ วงศ์ย่อย Canthigasterinae และวงศ์ย่อย Tetraodontinae ปลาปักเป้าส่วนใหญ่อาศัยในทะเลและมีบางชนิดอาศัยในน้ำจืด โดยทั่วโลกมีรายงานการพบปลาปักเป้าประมาณ 19 สกุล 130 ชนิด พบในทะเลประมาณ 110 ชนิด ในน้ำจืดประมาณ 20 ชนิด (Nelson, 2004; Berra, 2001)



การศึกษาชนิดของปลาปักเป้าในวงศ์ Tetraodontidae ในประเทศไทย

ประเทศไทยนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการสำรวจพบปลาปักเป้าหลายชนิดในในน่านน้ำไทย ทั้งบริเวณอ่าวไทยและอันดามันรวมทั้งตามแหล่งน้ำจืดทั่วไป ซึ่งเอกสารฉบับนี้จะกล่าวถึงเฉพาะปลาปักเป้าที่พบในทะเลเท่านั้น โดยจะยึดระบบการจัดจำแนกตามระบบของ Nelson (2004) และทำการตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ซึ่งอาจเป็นชื่อพ้อง (synonyme) หรือมีการย้ายสกุล รวมทั้งการวิเคราะห์ชนิดยึดตามเอกสารของ ประภากร (2528) Weber M. and L.F. de Beaufort (1922) Munro (1955), Monkolprasit et al (1978), Monkolprasit and Sontirat (1980) Suvatti (1981) Masuda et al (1984) Margaret (1986) Monkolprasit et al (1997) และ Carpenter, K.E. and V.H. Niem. (eds). 2001 และใช้รูปภาพจาก WWW. Fishbase.com และเวบไซต์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาพถ่ายในภาคสนาม และในส่วนของชนิดปลาปักเป้าที่มีการศึกษาถึงความเป็นพิษในประเทศไทยใช้ข้อมูลจากการศึกษาของอัธยา (2532,2536)


คู่มือจำแนกชนิดปลาปักเป้าทะเลในประเทศไทย

1A ลำตัวแบนข้าง จมูกเป็นแอ่งเนื้อ ลำตัวแบนข้าง หัวยาว ปากแหลม ไม่มีเส้นข้างลำตัว

(

วงศ์ย่อย Canthigasterinae (สกุล Canthigaster))

..........................................................................................................................................................2


1B ลำตัวกลม หัวทู่ ปากสั้น จมูกเป็นท่อ มีเส้นข้างตัวอย่างน้อย 1 เส้น วงศ์ย่อย Tetraodontinae

.


...............................................

..........................................................................................................................................................3

2A ครีบหลังมีก้านครีบที่ไม่แตกแขนง 1 อัน บริเวณใต้ครีบหลังมีแต้มสีเข้มขนาดใหญ่ ข้างลำตัวและคอดหางมีจุดประสีจาง.............................................................................................. C. margaritatus

2B ครีบหลังมีก้านครีบที่ไม่แตกแขนง 2 อัน บริเวณใต้ครีบหลังไม่มีแต้มสี คอดหางมีสีเป็นริ้วเฉียงลงทางด้านท้อง ครีบหางมีแถบสีพาดขวาง........................................................................... C. rivulata

2C บริเวณใต้ครีบหลังมีแต้มสีเข้มขนาดใหญ่ มีเส้นสีเข้มกระจายออกรอบขอบตา ครีบหางมีสีน้ำตาลและมีจุดประหรือแถบสีจาง............................................................................................. C. solandri

3A ลำตัวแบนข้างค่อนข้างยาวรี หัวทู่ ปากสั้น มีเส้นข้างลำตัว มีก้านครีบหลัง 33-35 อัน

มีก้านครีบก้น 26-28 อัน......................................................................................Xenopterus naritus

3


B ลำตัวกลม มีก้านครีบหลังและครีบก้นไม่เกิน 16 ก้าน......................................................................4

4A จมูกมีช่องเปิด 2 ช่อง .......................................................................................................................5

4

B จมูกมีช่องเปิด 1 ช่อง ....................................................................................................................12

5A ครีบหางเว้าเป็นรูปส้อม (สกุล Lagocephalus)..................................................................................6

5B ครีบหางตัดตรงหรือกลม...................................................................................................................9

6


A แนวข้างลำตัวมีหนาม มีจุดสีเข้มที่หลังและข้างลำตัว

..........................................…………………………...……..L. sceleratus


6B แนวข้างลำตัวไม่มีหนาม ไม่มีจุดสีเข้มที่หลังและข้างลำตัว..............................................................7

7


A หลังและท้องไม่มีหนาม

.............................………………………………………..……L. inermis


7B หลังและท้องมีหนาม.........................................................................................................................8

8


A บริเวณของหนามหน้าครีบหลังกระจายแคบแล้วกว้างขึ้นจนคลุมบริเวณส่วนบนของหัวทั้งหมด ………………………… ……………………………………………………..…..L. spadiceus
8

B บริเวณของหนามหน้าครีบหลังกระจายเป็นบริเวณกว้างจนคลุมบริเวณส่วนบนของหัวทั้งหมด

โดยขอบด้านข้างเว้าเล็กน้อย .............................................. L. lunaris


9A ส่วนล่างของคอดหางไม่มีสันเนื้อคู่ไปกับเส้นข้างลำตัว

(สกุล Amblyrhynchotes และสกุล Torquigener )…………………………………...………….…10

9B ส่วนล่างของคอดหางมีสันเนื้อคู่ไปกับเส้นข้างลำตัว

(สกุล Takifuku )……………………………………………………………………..…...………11

10A ปากเฉียงลง และอยู่ด้านบน มีก้านครีบหลัง 10-12 อัน ก้านครีบก้น 6-7 อัน บริเวณส่วนหลังและข้างลำตัวไม่มีสีเด่นชัด.......................................... ............................... Amblyrhynchotes honckenii

10B ปากตรงและอยู่กึ่งกลางหัว มีก้านครีบหลัง 8-9 อัน ก้านครีบก้น 7-9 อัน บริเวณส่วนหลังและข้างลำตัวมีแต้มสีเข้มและจางกระจายถึงแนวข้างตัว………………………. Torquigener hypselogenion

11A มีก้านครีบหลัง 12-15 อัน ก้านครีบก้น 10-13 อัน บริเวณหลังมีลายพาดขวางลงมาถึงแนวข้างตัว

.........................................................................................................................................T. oblongus


11B มีก้านครีบหลัง 9-11 อัน ก้านครีบก้น 9-10 อัน บริเวณหลังและข้างลำตัวมีจุดสีจางกระจาย



รีบหางมีริ้วแนวขวาง
7-8 แถบ................................................................................T. vermicularis


12A ปลายจมูกแยกเป็น 2 ส่วนจากโคน ....................................................................................13

1




2B จมูกเป็นท่อที่โคนแล้วขยายออกคล้ายถ้วย ...................................... Tetraodon borneensis

1


3A ปลายจมูกแยกเป็นแผ่นเนื้อบางๆ 2 แผ่น มีเส้นข้างลำตัว 2 เส้น .....….Chelonodon patoca

13B ปลายจมูกเป็นแท่งคล้ายหนวด มีเส้นข้างลำตัว 1 เส้นสกุล (Arothron) …………………14

14A ลำตัวมีหนามปกคลุมทั้งตัวยกเว้นริมฝีปาก.....................................................................................15

14B ลำตัวมีหนามปกคลุมเฉพาะหลังและท้อง ………………………………………..……A. leopardus

15A ขอบหางดำ บนลำตัวไม่มีจุดหรือแถบสีดำ................................................................ A. immaculatus

15B ขอบหางไม่มีสี บนลำตัวมีจุดหรือแถบสีดำ.....................................................................................16

16A มีจุดบนลำตัวเป็นสีขาว ไม่มีจุดสีดำบริเวณก้น................................................................................17

16B มีจุดบนลำตัวเป็นสีดำ มีจุดสีดำบริเวณก้น......................................................................................18

17A ครีบหางไม่มีจุด คอดหางเรียวยาว บริเวณแก้ม และจะงอยปากมีสีดำและมีจุดสีขาว

..............................................................................................................………………….A. hispidus

17B ครีบหางมีจุด คอดหางกว้าง มีแถบสีดำโค้งพาดผ่านบริเวณแก้มกับจะงอยปาก รอบช่องเหงือกดำ

……………………………………………………………..……………………...…..A. reticularis

18A ลำตัวมีจุดสีดำประปราย ครีบหางไม่มีจุด …………..……………………………A. nigropunctatus

18B ลำตัวมีจุดสีดำหนาแน่น ครีบหางมีจุด.............................................................................................19

19A ส่วนหัว หลัง จนถึงคอดหาง มีแถบสีดำประสานกันเป็นร่างแห ส่วนท้องด้านบนมีแต้มสีดำขนาดใหญ่.................................................................................................................................... A. mappa

19B ส่วนบนของลำตัวเป็นจุดสีดำ..........................................................................................................20

20A ครีบหลังและส่วนบนลำตัวเป็นจุดสีดำ แถบสีที่ท้องจะหายไปเมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น

.......................................................................................................................................... A. stellatus

20B ครีบหลังไม่มีจุด บริเวณท้องมีแถบสีเข้มและจางสลับกัน..........................................A. aerostaticus
สกุล Canthigaster Swainson

มีลำตัวแบนข้าง จะงอยปากยาวกว่ากลุ่มอื่นๆ ปากเล็กแหลมยื่นยาว ช่องเปิดเหงือกแคบ คอดหางแผ่แบนออกเป็นแผ่นกว้าง ลำตัวมีหนามขนาดเล็ก ไม่มีเส้นข้างตัว


ชนิด Canthigaster margaritatus (Rüppell)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าลายสีฟ้า

ชื่ออังกฤษ Ocellated toby, Sharpnose pufferfishes

ลักษณะเด่น ครีบหลังมีก้านครีบที่ไม่แตกแขนง 1 อัน บริเวณใต้ครีบหลังมีแต้มสีเข้มขนาดใหญ่ ข้างลำตัวและคอดหางมีจุดประสีจาง

ลักษณะทั่วไป ลำตัวแบนข้าง จมูกเป็นแอ่งเนื้อขนาดเล็ก บริเวณหัวมีจุดเล็กๆ สีฟ้าอมเทาเข้ม กระจายอยู่ทั่วไป ตากลม สีฟ้า ครีบทุกครีบสีเหลืองอ่อน มีแถบสีฟ้าพาดเป็นรัศมีจากบริเวณตาไปช่องเปิดเหงือก มีแถบสีฟ้าเข้ม 4-5 แถบบริเวณหลัง ใต้ครีบหลังมีแต้มสีดำขนาดใหญ่ ข้างลำตัวมีสีส้มและมีจุดสีฟ้ากระจายทั่วไป ครีบหางมีสีเป็นริ้วขวาง

การศึกษาพิษ ยังไม่มีการรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) และ Monkolprasit et al (1997)

แถบสีฟ้าพาดจากบริเวณตาไปที่ช่องเปิดเหงือก

จุดดำใต้ครีบหลัง












ปลาปักเป้าลายสีฟ้า Canthigaster margaritatus (Rüppell)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




ชนิด Canthigaster rivulata (Schlegel)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าจมูกแหลม

ชื่ออังกฤษ Sharpnose pufferfishes

ลักษณะเด่น ครีบหลังมีก้านครีบที่ไม่แตกแขนง 2 อัน บริเวณใต้ครีบหลังไม่มีแต้มสี คอดหางมีแถบเฉียงลงทางด้านท้อง ครีบหางมีแถบสีพาดขวาง

ลักษณะทั่วไป ลำตัวแบนข้าง จมูกเป็นแอ่งเนื้อขนาดเล็ก ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อน มีแถบสีดำ 2 แถบพาดข้างลำตัวเริ่มจากคอดหางด้านบนและล่างไปเชื่อมต่อกันบริเวณหน้าช่องเปิดเหงือก โดยแถบด้านล่างจะมีสีจาง ส่วนท้องมีจุดเล็กๆ

การศึกษาพิษ ยังไม่มีการรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528)

บริเวณหลังมีแถบสีเข้มกระจายจนถึงโคนครีบหลัง

ครีบหางมีสีเป็นริ้วขวาง








ปลาปักเป้าจมูกแหลมCanthigaster rivulata (Schlegel)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




ชนิด Canthigaster solandri (Richardson)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าจมูกแหลม

ชื่ออังกฤษ False-eye toby, Sharpnose pufferfishes

ลักษณะเด่น บริเวณใต้ครีบหลังมีจุดสีเข้มขนาดใหญ่ มีเส้นสีเข้มกระจายออกรอบขอบตา8-10 แถบ ครีบหางมีสีน้ำตาลและมีจุดประเล็กๆ

ลักษณะทั่วไป ลำตัวแบนข้าง จมูกเป็นแอ่งเนื้อขนาดเล็ก ลำตัวมีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนหลังมีจุดเล็กๆ ส่วนท้องสีเข้ม ครีบหางสีน้ำตาลและมีจุดจางๆ

การศึกษาพิษ ยังไม่มีการรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย Monkolprasit and Sontirat (1980) และ Monkolprasit et al (1997)


มีเส้นสีเข้มกระจายออกรอบขอบตา8-10



บริเวณใต้ครีบหลังมีจุดสีเข้มขนาดใหญ่












ปลาปักเป้าจมูกแหลม Canthigaster solandri (Richardson)

ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Tetraodontidae




สกุล Xenopterus Bibron

ลำตัวแบนข้าง จมูกมีขนาดใหญ่ มีก้านครีบหลังและก้านครีบก้นมากกว่าสกุลอื่นๆโดยมีก้านครีบหลัง 33-35 อัน มีก้านครีบก้น 26-28 อัน


ชนิด Xenopterus naritus (Richardson)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าเหลืองทอง

ชื่ออังกฤษ Blowfish

ลักษณะเด่น ลำตัวแบนข้างค่อนข้างยาวรี หัวทู่ ปากสั้น มีเส้นข้างลำตัว มีก้านครีบหลัง 33-35 อันมีก้านครีบก้น 26-28 อัน

ลักษณะทั่วไป ลำตัวแบนข้าง ลำตัวมีสีเหลืองเขียว บริเวณส่วนท้องจะมีสีจางกว่าส่วนหลัง ครีบทุกครีบมีสีจาง

การศึกษาพิษ มีรายงานจากตัวอย่างปลาบริเวณทะเลอันดามันพบว่ามีพิษเกินค่ามาตรฐานในเนื้อเยื่อทุกส่วนที่ศึกษาโดยพบในเนื้อและหนัง 18 MU/g และในตับ 30 MU/g

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)






ปลาปักเป้าเหลืองทอง Xenopterus naritus (Richardson)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




สกุล Lagocephalus Swainson
ลำตัวเรียวยาว ครีบหางเว้าเป็นรูปส้อม (fork) ครีบอื่นๆเรียวแหลม จมูกเป็นท่อยื่นออกมาโดยแต่ละข้างมีช่องเปิด 2 ช่อง มีเส้นข้างลำตัว 2 เส้น โดยเส้นบนโค้งจากด้านหลัง เส้นล่างทอดยาวไปตามแนวข้างตัว ลำตัวด้านบนหัว และหลังมีสีเข้ม ด้านท้องสีขาว เป็นปลาปักเป้าสกุลที่พบมากจากการทำประมงอวนลาก

ชนิด Lagocephalus sceleratus (Gmelin)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าหลังด่าง

ชื่ออังกฤษ Spotted rough-backed blowfish

ลักษณะเด่น แนวข้างลำตัวมีหนาม มีจุดสีเข้มที่หลังและข้างลำตัว

ลักษณะทั่วไป ลำตัวเรียวยาว ครีบหางเว้าเป็นรูปส้อม(fork) สีลำตัวบริเวณหัว หลัง คอดหาง และข้างลำตัวมีสีเขียวมะกอก ส่วนท้องสีขาว ปลายครีบหลังมีสีเหลืองอ่อนส่วนโคนสีดำ ครีบอื่นๆมีสีเหลืองใส

การศึกษาพิษ ตัวอย่างปลาบริเวณทะเลอันดามัน พบว่ามีพิษน้อยกว่าค่ามาตรฐานในเนื้อเยื่อทุกส่วนที่ศึกษา โดยมีค่าน้อยกว่า 1 MU/g แต่จากการศึกษาจากตัวอย่างบริเวณอ่าวไทยพบว่ามีพิษเกินค่ามาตรฐานโดยพบในหนัง เนื้อ และตับ มีค่า 4.05 10.7 และ13.3 MU/g ตามลำดับ

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)







ปลาปักเป้าหลังด่าง Lagocephalus sceleratus (Gmelin)

ชนิด Lagocephalus inermis (Temminch  Schlegel)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าหลังเรียบ

ชื่ออังกฤษ Smooth-backed blowfish

ลักษณะเด่น หลังและท้องไม่มีหนาม

ลักษณะทั่วไป รูปร่างและสีสันคล้ายกับปลาปักเป้าหลังด่าง L. sceleratus แต่ไม่มีจุดสีเข้มบนลำตัวเลย

การศึกษาพิษ มีการศึกษาตัวอย่างปลาบริเวณทะเลอันดามันไม่พบพิษในเนื้อและตับ แต่ในผิวหนังและรังไข่มีค่า 6 และ13 MU/g ตามลำดับ ในการศึกษาตัวอย่างบริเวณ

อ่าวไทยพบว่าในเนื้อมีค่า 0.97 MU/g ซึ่งไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ในหนัง ตับ และไข่ มีพิษเกินค่ามาตรฐาน โดยมีค่า 5.7 104.95 และ32.4 MU/g ตามลำดับ



ายงานในประเทศไทย
ประภากร (2528)


ปลาปักเป้าหลังด่าง Lagocephalus inermis (Temminch  Schlegel)


ชนิด Lagocephalus spadiceus (Rhichardson)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าหลังน้ำตาล

ชื่ออังกฤษ Brown-backed blowfish

ลักษณะเด่น บริเวณของหนามหน้าครีบหลังกระจายแคบแล้วกว้างขึ้น จนคลุมบริเวณส่วนบนของหัวทั้งหมด

ลักษณะทั่วไป รูปร่างและสีสันคล้ายกับปลาปักเป้าหลังเรียบ L. inermis สีบริเวณหลังสีเขียวเข้มแล้วจางลงบริเวณข้างตัว บริเวณหลังบางแห่งอาจมีสีเข้มกว่าบริเวณอื่นๆกระจายอยู่ 4-5 แห่ง

การศึกษาพิษ ตัวอย่างปลาบริเวณทะเลอันดามันพบว่ามีพิษน้อยกว่าค่ามาตรฐานในเนื้อเยื่อทุกส่วนที่ศึกษา โดยมีค่าน้อยกว่า 1 MU/g แต่จากการศึกษาจากตัวอย่างบริเวณอ่าวไทยพบว่ามีพิษเกินค่ามาตรฐานโดยพบในหนัง เนื้อ และตับ มีค่า 4.05 10.7 และ13.3 MU/g ตามลำดับ






ปลาปักเป้าหลังน้ำตาล Lagocephalus spadiceus (Rhichardson)

ายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Monkolprasit and Sontirat (1980) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)

ชนิด Lagocephalus lunaris (Bloch  Schneider)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าหลังเขียว

ชื่ออังกฤษ Green rough-backed blowfish

ลักษณะเด่น บริเวณของหนามหน้าครีบหลังกระจายเป็นบริเวณกว้างจนคลุมบริเวณส่วนบนของหัวทั้งหมด โดยขอบด้านข้างเว้าเล็กน้อย

ลักษณะทั่วไป รูปร่างและสีสันคล้ายกับปลาปักเป้าหลังน้ำตาล L. spadiceus สีลำตัวบริเวณหลังมีสีเขียวมะกอกและค่อยๆจางลงบริเวณข้างลำตัว ครีบทุกครีบมีสีเหลือง

การศึกษาพิษ ตัวอย่างปลาจากบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยพบว่ามีพิษเกินค่ามาตรฐานในเนื้อเยื่อทุกส่วนแต่ ไม่สูงมาก และตรวจพบพิษเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ของตัวอย่างที่นำมาศึกษา

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)








ปลาปักเป้าหลังเขียว Lagocephalus lunaris (Bloch  Schneider)


สกุล Amblyrhynchotes Bibron

ลำตัวกลม หัวกว้างและทู่ จมูกเป็นท่อยื่นมีช่องเปิด 2 ช่อง ครีบหางตัดตรง ส่วนล่างของคอดหางไม่มีสันเนื้อคู่ไปกับเส้นข้างลำตัว มีเส้นข้างลำตัว 2 เส้น มีหนามบริเวณข้างลำตัวและส่วนท้อง ยกเว้นด้านหลังของครีบหลังจนถึงคอดหางจะไม่มีหนาม ปากเฉียงลง และมีตำแหน่งอยู่ด้านบน


ชนิด Amblyrhynchotes honckenii (Bloch)

ชื่อไทย ปลาปักเป้า

ชื่ออังกฤษ Pufferfish

ลักษณะเด่น ปากเฉียงลง และมีตำแหน่งอยู่ด้านบน ส่วนล่างของคอดหางไม่มีสันเนื้อคู่ไปกับเส้นข้างลำตัว มีก้านครีบหลัง 10-12 อัน ก้านครีบก้น 6-7 อัน บริเวณส่วนหลังและข้างลำตัวไม่มีแต้มสีเด่นชัด

ลักษณะทั่วไป ลำตัวค่อนข้างกลมสั้น ครีบหลังและครีบก้นเรียว ครีบหางตัดตรง มีหนามบริเวณส่วนหน้าของหลังและส่วนบนของลำตัวแต่ไม่ถึงบนหลัง ส่วนล่างของลำตัวมีหนามยกเว้นบริเวณคางและหาง บริเวณหัว หลัง ข้างลำตัว และคอดหางมีสีน้ำตาลเข้ม ด้านข้างตัวมีสีเหลือง ส่วนท้องสีขาว ครีบทุกครีบสีเหลืองอ่อนไม่มีจุดหรือแต้มสีบนครีบ

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) และ Monkolprasit et al (1997)





ปลาปักเป้า Amblyrhynchotes honckenii (Bloch)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




สกุล Torquigener Whitley

ลำตัวกลม หัวกว้างและทู่ จมูกเป็นท่อยื่นมีช่องเปิด 2 ช่อง ครีบหางตัดตรง ส่วนล่างของคอดหางไม่มีสันเนื้อคู่ไปกับเส้นข้างลำตัว มีเส้นข้างลำตัว 2 เส้น มีหนามเล็กๆบริเวณส่วนหลังและท้อง ปากตรงและอยู่กึ่งกลางหัว


ชนิด Torquigener hypselogeneion (Bleeker)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าแถบส้ม

ชื่ออังกฤษ Orange-banded blowfish

ลักษณะเด่น ปากตรงและอยู่กึ่งกลางหัวมีก้านครีบหลัง 8-9 อัน ก้านครีบก้น 7-9 อัน บริเวณส่วนหลังและข้างลำตัวมีแต้มสีเข้มและจางกระจายถึงแนวข้างตัว

ลักษณะทั่วไป รูปร่างคล้ายกับ Amblyrhynchotes honckenii บริเวณส่วนหลังมีสีเขียวเข้มและมีจุดสีเข้ม ส่วนท้องมีสีขาวครีม มีแถบสีดำตามขวาง 3-5 แถบด้านล่างของตา

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย


หลังและข้างลำตัวมีแต้มสีเข้มและจางกระจายถึงแนวข้างตัว
ายงานในประเทศไทย
ประภากร (2528)








ปลาปักเป้าแถบส้ม Torquigener hypselogeneion (Bleeker)

ภาพจาก WWW.fishbase.com





สกุล Takifuku Abe
ลำตัวกลม หัวกว้างและทู่ จมูกเป็นท่อยื่นมีช่องเปิด 2 ช่อง ครีบหางตัดตรง เส้นข้างลำตัวมี 2 เส้นโดยส่วนล่างของคอดหางมีสันเนื้อคู่ไปกับเส้นข้างลำตัว มีหนามบริเวณหลัง ข้างลำตัว และท้อง
ชนิด Takifuku oblongus (Bloch)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าลายพาดกลอน

ชื่ออังกฤษ Oblong blowfish

ลักษณะเด่น มีก้านครีบหลัง 12-15 อัน ก้านครีบก้น 10-13 อัน บริเวณหลังมีลายพาดขวางลงมาถึงแนวข้างตัว

ลักษณะทั่วไป ลำตัวกลม หัวกว้างและทู่ ครีบหางตัดตรง เส้นข้างลำตัวมี 2 เส้นโดยส่วนล่างของคอดหางมีสันเนื้อคู่ไปกับเส้นข้างลำตัว มีหนามบริเวณหลัง ข้างลำตัว และท้อง มีสีพื้นลำตัวเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล ส่วนหัว หลัง จนถึงคอดหางมีสีน้ำตาลแตกแขนงเป็นริ้วพาดลงมาที่ข้างลำตัวตั้งแต่บริเวณส่วนหัวถึงหางและภายในริ้วมีมีแต้มสีจางขนาดเล็ก ครีบหลัง ครีบหู และครีบก้นมีสีส้มเหลือง ครีบหางสีส้มมีสีดำแทรกที่ปลายครีบเล็กน้อย

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)

บริเวณหลังมีลายพาดขวางลงมาถึงแนวข้างตัว










ปลาปักเป้าลายพาดกลอน Takifuku oblongus (Bloch)

ภาพจาก WWW.fishbase.com





ชนิด Takifuku vermicularis (Schlegel)

ชื่อไทย ปลาปักเป้า

ชื่ออังกฤษ Pufferfish

ลักษณะเด่น มีก้านครีบหลัง 9-11 อัน ก้านครีบก้น 9-10 อัน บริเวณหลังและข้างลำตัวมีจุดสีจางกระจาย ครีบหางมีริ้วแนวขวาง 7-8 แถบ


ลักษณะทั่วไป รูปร่างคล้ายคลึงกับ T. oblongus บริเวณครึ่งบนของลำตัวมีสีเหลืองอมน้ำตาลเข้มและมีจุดสีเทากระจายอยู่ทั่ว ส่วนท้องสีเหลืองอ่อน รอบปากมีสีน้ำตาล บริเวณปากถึงช่องเหงือกมีแถบตามขวางสีน้ำตาลสลับกับสีฟ้า 3 แถบ ครีบหูมีแถบตามขวางสีเข้ม 7-8 แถบ

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528)


บริเวณหลังและข้างลำตัวมีจุดสีจางกระจาย






ปลาปักเป้า Takifuku vermicularis (Schlegel)

ภาพจาก WWW.fishbase.com





ชนิด Tetraodon borneensis Regan

ชื่อไทย ปลาปักเป้าตาแดง

ชื่ออังกฤษ Red-eye pufferfish

ลักษณะเด่น จมูกเป็นท่อที่โคนแล้วขยายออกคล้ายถ้วย ตามีสีแดง


ลักษณะทั่วไป รูปร่างกลมป้อม มีก้านครีบหลัง 11 ก้าน ก้านครีบก้น 10 ก้าน ตามีสีแดง บริเวณส่วนหลังมีสีน้ำตาลดำ มีแถบสีพาดผ่านบริเวณเหนือตาขึ้นไปด้านหลังและอีก1แถบพาดจากตาไปสิ้นสุดที่บริเวณกึ่งกลางของโคนครีบหลัง มีหนามขนาดเล็กปกคลุมทั่วตัวยกเว้นบริเวณจะงอยปาก คอดหางแบนกว้าง

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย Monkolprasit et al (1978), Monkolprasit and Sontirat (1980) และ Monkolprasit et al (1997)





ปลาปักเป้าตาแดง Tetraodon borneensis Regan

ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Tetraodontidae




ชนิด Chelonodon patoca (Hamilton-Buchanan)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าลายหินอ่อน

ชื่ออังกฤษ Gangetic blowfish

ลักษณะเด่น ปลายจมูกแยกเป็นแผ่นเนื้อบางๆ 2 แผ่น มีเส้นข้างลำตัว 2 เส้น ลำตัวมีแต้มกลมสีเข้มและจางสลับกันทั่วลำตัวยกเว้นบริเวณท้อง


ลักษณะทั่วไป ลำตัวกลม ส่วนหัวทู่ สีลำตัวบริเวณหัว หลัง จนถึงคอดหางมีสีน้ำตาลอมเทา และมีจุดกลมสีฟ้าเทากระจายอยู่ทั่วทั้งส่วนหลังและข้างลำตัว ครีบทุกครีบมีสีขาวใส รอบปากมีสีน้ำตาลเข้ม

การศึกษาพิษ ตัวอย่างจากบริเวณทะเลอันดามันพบความเป็นพิษที่สูงเกินค่ามาตรฐานมากในทุกเนื้อเยื่อ โดยมีพิษสูงสุดที่ผิวหนัง 280 MU/g

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)

ลำตัวมีแต้มกลมสีเข้มและจางสลับกันทั่วลำตัวยกเว้นบริเวณท้อง













ปลาปักเป้าลายหินอ่อน Chelonodon patoca (Hamilton-Buchanan)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




สกุล Arothron Müller

ลำตัวป้อม หัวทู่จมูกแต่ละข้างมีปลายแยกออกเท่ากันเป็นเส้นคล้ายหนวดหรือเป็นเส้นแบนๆ 2 เส้น จะงอยปากค่อนข้างยาว มีช่องระหว่างตากว้าง ครีบหลัง ครีบหู และครีบก้นมีลักษณะกลม ครีบหางตัดตรง ปลายจมูกเป็นแท่งคล้ายหนวด มีเส้นข้างลำตัว 1 เส้น มีหนามขนาดเล็กทั่วตัว ยกเว้นรอบปากและคอดหาง


ชนิด Arothron leopardus (Day)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าลายเสือดาว

ชื่ออังกฤษ Banded leopard blowfish

ลักษณะเด่น ลำตัวมีหนามปกคลุมเฉพาะหลังและท้อง


ลักษณะทั่วไป ลำตัวป้อม หัวทู่ ครีบหางตัดตรง ลำตัวส่วนบนมีสีเขียวมะกอก มีแถบสีดำประมาณ 3 แถบพาดในแนวข้างตัว โดยพาดผ่านบนหัว 1 เส้น

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย Suvatti (1981)






ปลาปักเป้าลายเสือดาว Arothron leopardus (Day)

ภาพจาก The fishes of India



ชนิด Arothron immaculatus (Bloch  Schneider)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าหางไหม้

ชื่ออังกฤษ Immaculate blowfish


ลักษณะเด่น ขอบหางดำ บนลำตัวไม่มีร่องรอยสีดำ


ลักษณะทั่วไป หัวกว้างทู่ มีหนามขนาดเล็กอยู่ทั่วตัว ครีบหางตัดตรง บริเวณหัว หลัง และคอดหางมีสีเทาเข้ม บริเวณข้างลำตัวมีสีเทาอมเหลือง ครีบหลังและครีบก้นสีเทา ครีบหูและครีบหางสีเหลืองอ่อน ขอบรอบครีบหางมีสีดำ

การศึกษาพิษ ตัวอย่างปลาจากบริเวณทะเลอันดามันพบพิษน้อยกว่าค่ามาตรฐานในเนื้อเยื่อทุกส่วนที่ศึกษาโดยมีค่าน้อยกว่า 1 MU/g แต่ตัวอย่างบริเวณอ่าวไทยพบว่าในเนื้อ และตับ มีพิษเกินค่ามาตรฐานโดยมีค่า 35 และ 60 MU/g ตามลำดับ

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)








ขอบหางดำ


ปลาปักเป้าหางไหม้ Arothron immaculatus (Bloch  Schneider)

ภาพจาก WWW.fishbase.com





ชนิด Arothron hispidus (Linnaeus)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าจุดขาว

ชื่ออังกฤษ White-spotted blowfish

ลักษณะเด่น ครีบหางไม่มีจุด คอดหางเรียวยาว บริเวณแก้ม และจะงอยปากมีสีดำและมีจุดสีขาว


ลักษณะทั่วไป หัวกว้างทู่ มีหนามขนาดเล็กอยู่ทั่วตัว ครีบหางตัดตรง ส่วนหลัง ข้างลำตัวจนถึงคอดหางมีจุดสีขาวกระจายทั่วไป มีจุดสีเหลือง 1-2 จุดอยู่รอบๆครีบหู มีแถบสีดำบริเวณด้านข้างของส่วนหัวและด้านล่างครีบหู

การศึกษาพิษ ยังไม่มีการรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย Monkolprasit et al (1978)


มีจุดสีขาวกระจายทั่วไป











มีแถบสีดำบริเวณด้านข้าง

หัวและด้านล่างครีบหู






ปลาปักเป้าจุดขาว Arothron hispidus (Linnaeus)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




ชนิด Arothron reticularis (Bloch  Schneider)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าลายร่างแห

ชื่ออังกฤษ Reticulate blowfish

ลักษณะเด่น ครีบหางมีจุด คอดหางกว้าง มีแถบสีดำโค้งพาดผ่านบริเวณแก้มกับจะงอยปาก รอบช่องเหงือกดำ


ลักษณะทั่วไป หัวกว้างทู่ มีหนามขนาดเล็กอยู่ทั่วตัว ครีบหางตัดตรง ส่วนหัว หลัง จนถึงคอดหางมีสีเขียวอมดำ มีจุดสีขาวที่บริเวณหลัง ครีบทุกครีบมีสีเหลืองสด รอบตาและช่องเหงือกสีม่วง สีขาวและดำสลับกัน จนชนกันแล้วลาดสู่ด้านล่างครีบหู บริเวณใต้คางถึงครีบก้นมีแถบโค้งสีขาวและดำสลับกัน

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528)





ใต้คางถึงครีบก้นมีแถบโค้ง

สีขาวและดำสลับกัน








ปลาปักเป้าลายร่างแห Arothron reticularis (Bloch  Schneider)

ภาพจาก WWW.fishbase.com



ชนิด Arothron nigropunctatus (Bloch  Schneider)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าจุดดำ

ชื่ออังกฤษ Black-spotted blowfish


ลักษณะเด่น ส่วนท้องมีจุดสีดำ ครีบหางไม่มีจุด รอบตาและปากมีขอบสีดำ


ลักษณะทั่วไป หัวกว้างทู่ มีหนามขนาดเล็กอยู่ทั่วตัว ครีบหางตัดตรง ส่วนหัว หลัง จนถึงคอดหางมีสีเทาเข้ม ส่วนท้องสีเทาอ่อน ครีบทุกครีบมีสีเทา มีจุดสีดำขนาดต่างๆกันกระจายอยู่ทั่วไป

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Monkolprasit et al (1978), Monkolprasit and Sontirat (1980) และ Monkolprasit et al (1997)





ปลาปักเป้าจุดดำ Arothron nigropunctatus (Bloch  Schneider)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




ชนิด Arothron mappa (Lesson)


ชื่อไทย ปลาปักเป้าลายแผนที่


ชื่ออังกฤษ Map pufferfish

ลักษณะเด่น ด้านบนส่วนท้องมีแต้มสีดำขนาดใหญ่ ครีบหางมีจุด บริเวณหัว หลัง และหาง มีแถบสีดำประสานกันเป็นร่างแห

ลักษณะทั่วไป หัวกว้างทู่ มีหนามขนาดเล็กอยู่ทั่วตัว ครีบหางตัดตรง ส่วนหัว หลัง จนถึงคอดหางมีสีน้ำตาลจางลงในส่วนท้อง และมีแถบสีดำประสานกันเป็นร่างแห รอบตามีแถบสีดำประสานกันเป็นร่างแหกระจายออกไปยังบริเวณหัว ส่วนก้นมีจุดสีดำ

การศึกษาพิษ ตัวอย่างบริเวณอ่าวไทยพบในทุกเนื้อเยื่อมีค่าความเป็นพิษต่ำกว่าค่ามาตรฐาน

รายงานในประเทศไทย Suvatti (1981)






ด้านบนส่วนท้องมีแต้มสีดำขนาดใหญ่





ปลาปักเป้าลายแผนที่ Arothron mappa (Lesson)

ภาพจาก WWW.fishbase.com




ชนิด Arothron stellatus (Bloch  Schneider)

ชื่อไทย ปลาปักเป้า

ชื่ออังกฤษ Starry blowfish

ลักษณะเด่น ส่วนบนของลำตัวเป็นจุดสีดำ ส่วนท้องไม่มีจุดสีดำ ครีบหาง และครีบหลังเป็นจุดสีดำ แถบสีที่ท้องจะหายไปเมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น


ลักษณะทั่วไป หัวกว้างทู่ มีหนามขนาดเล็กอยู่ทั่วตัว ครีบหางตัดตรง ส่วนหัว หลัง จนถึงคอดหางมีสีเทาและมีจุดสีดำขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วยกเว้นบริเวณท้อง ครีบหลังและครีบหูมีสีเทา ครีบก้นมีสีเทาเข้มและมีจุดสีดำบริเวณโคนครีบ

การศึกษาพิษ ตัวอย่างปลาจากทะเลอันดามันไม่พบพิษในทุกเนื้อเยื่อ ตัวอย่างบริเวณอ่าวไทยพบว่าในเนื้อและหนังไม่มีพิษแต่ตรวจพบพิษในตับและไข่ของบางตัวอย่าง

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) Suvatti (1981) และ Monkolprasit et al (1997)





ปลาปักเป้า Arothron stellatus (Bloch  Schneider)

ภาพจาก WWW.fishbase.com





ชนิด Arothron aerostaticus (Jenyns)

ชื่อไทย ปลาปักเป้าลายดำ

ชื่ออังกฤษ Black-lined blowfish

ลักษณะเด่น ส่วนบนของลำตัวเป็นจุดสีดำ บริเวณท้องมีแถบสีเข้มและจาง ครีบหางมีจุดสีดำ ครีบหลังไม่มีจุด


ลักษณะทั่วไป หัวกว้างทู่ มีหนามขนาดเล็กอยู่ทั่วตัว ครีบหางตัดตรง ส่วนหัว หลัง จนถึงคอดหางมีสีดำและมีจุดสีเหลืองกระจายอยู่ทั่ว บริเวณท้องมีแถบสีเข้มและจางสลับกัน ครีบทุกครีบมีสีเหลือง ยกเว้นครีบหางมีสีดำและมีจุดสีเหลืองจางๆ

การศึกษาพิษ ยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย

รายงานในประเทศไทย ประภากร (2528) และ Monkolprasit et al (1997)





บริเวณท้องมีแถบสีเข้มและจางสลับกัน





ปลาปักเป้าลายดำ Arothron aerostaticus (Jenyns)

ภาพจาก WWW.fishbase.com





ผลการศึกษาจากเอกสารพบปลาปักเป้าทะเลของไทยทั้งหมด 9 สกุล 22 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาปักเป้าที่มีสีสรรสวยงามอาศัยบริเวณแนวปะการังจึงไม่ค่อยพบตามแพปลาบ่อยนัก แต่มีบางสกุล ได้แก่ สกุล Lagocephalus เป็นสกุลที่พบมากจากการทำประมงพาณิชย์และมีผลจับค่อนข้างสูง ซึ่งผลจากการศึกษาด้านพิษในเนื้อพบว่า L. inermis, L. sceleratus และ L. spadiceus มีพิษในเนื้อน้อยมาก ส่วนอีกชนิดคือ L. lunaris ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุดจากการประมงพาณิชย์ เป็นชนิดที่มีพิษเกินค่ามาตรฐานไม่มากนัก ซึ่งความรุนแรงของพิษปลาปักเป้าจะขึ้นกับชนิด แหล่ง ฤดูกาล และอาหารที่ปลากิน จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในด้านชนิด ผลจับ ชีววิทยาด้านต่างๆ และควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในด้านชีวโมเลกุลเพื่อหาเครื่องหมายโมเลกุลมาใช้ในการตรวจสอบชนิดและผลิตภัณฑ์จากปลาปักเป้าควบคู่ไปกับการศึกษาด้านพิษเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค เนื่องจากในสภาวการณ์ของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นมากซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการทำประมงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การศึกษาด้านความปลอดภัยในการบริโภคเพื่อเพิ่มมูลค่าของปลาปักเป้า เช่น การนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อการบริโภคและส่งออกไปยังต่างประเทศแทนที่จะขายส่งเป็นปลาป่นหรือลักลอบแล่ขายกันอย่างผิดกฎหมายเช่นในปัจจุบันก็จะส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านประมงสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น



เอกสารอ้างอิง

ประภากร ขำเชิดชูไชย. 2528. อนุกรมวิธานของปลาปักเป้าที่พบในน่านน้ำไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัธยา กังสุวรรณ. 2532. การบริโภคปลาปักเป้าและความเป็นพิษ. รายงานการสัมมนาวิชาการประจำปี 2532 กรมประมง, กรุงเทพฯ.

อัธยา กังสุวรรณ. 2536. การสำรวจปลาปักเป้าที่มีพิษในทะเลอันดามัน. รายงานการสัมมนาวิชาการประจำปี 2536 กรมประมง, กรุงเทพฯ.

Berra, T. M. 2001. Freshwater Fish Distribution. ACADEMIC PRESS USA.

Carpenter, K.E. and V.H. Niem. (eds). 2001. FAO species identification guide for fishery guides. The living marine resources of the Western Central Pacific. Volume 6. Bony fishes part 4 (Labridae to Latimeriidae), estuarine crocodiles, sea turtle, sea snakes and marine mammals.Rome.

Day, F., 1878-1888. The fishes of India: being a natural history of the fishes known to inhabit the seas and fresh waters of India, Burma and Ceylon. Williams and Norgate Publishers, London.,vol.1, text:i-xx+1-816,vol. 2, atlas, pl. 1-195.

Halstead, B.W. 1978. Poisonous and Venemous Marine Animals of the World. Science Press Ephrata Pinseyvania.

Margaret, M. S. and P.C. Heemstra. 1986. Smiths Sea Fishes. J.L.B. Smith Institute of Ichthyology, Grahamstown.

Masuda, H.,K. Amaoka., C. Araga.,T. Uyeno and T. Yochino. 1984. The Fishes of Japanese Archipelago. Tokai University press , Shinjuku Tokai Building. Tokyo, Japan.

Monkolprasit, S. and S. Sontirat. 1980. Systematic studies of coral reef fishes from the Indien Ocean Phuket (Thailand). Kasetsart University Fishery Research Bulletin No. 11.

Monkolprasit, S., S. Sontirat.and T. Songsirikul. 1978. The investigation of coral reef fishes in Thai waters. Department of Fishery Biology, Faculty of Fisheries, Kasetsart university .

Monkolprasit, S., ., S. Sontirat.,S. Vimollohakarn. and T. Songsirikul. 1997. Checklist of Fishes in Thailand.

Munro, T.S.R. 1955. The Marine and Freshwater Fishes of Ceylon. Department of External affairs, Canberra.

Nelson, J.S. 2004. Fishes of the World 4 edt. 2004. John Wiley  Sons, Inc.

Suvatti, C. 1981. Fishes of Thailand. Royal Institute, Thailand.



Weber, M. and L. F. de Beaufort. 1962. The Fishes of The Indo-Australian Archipelago, vol. XI. Scleroparei, Hypostomides, Pediculati, Plectognathi, Opisthomi, Discocephali, Xenopterygii. A.J. Reprints Agency, New Delhi, India.


База данных защищена авторским правом ©shkola.of.by 2016
звярнуцца да адміністрацыі

    Галоўная старонка