P epsiCo’s Diversification Strategy in 2008




старонка5/6
Дата канвертавання24.04.2016
Памер1.29 Mb.
1   2   3   4   5   6

การเติบโตของตลาดรวดเร็ว

Quadrant II Quadrant I

1
ตำแหน่งการ

แข่งขันที่อ่อนแอ

ตำแหน่งการ

แข่งขันที่เข้มแข็ง
. การพัฒนาตลาด 1. การพัฒนาตลาด 2. การเจาะตลาด 2. การเจาะตลาด 3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ 3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ 4. การรวมตัวตามแนวนอน 4. การรวมตัวไปข้างหน้า 5. การไม่ลงทุน 5. การรวมตัวไปข้างหลัง 6. การล้มละลาย 6. การรวมตัวตามแนวนอน 7. การกระจายธุรกิจแบบรวมศูนย์

Quadrant III Quadrant IV

1. การตัดทอน 1. การกระจายธุรกิจแบบรวมศูนย์ 2. การกระจายธุรกิจแบบรวมศูนย์ 2. การกระจายธุรกิจตามแนวนอน 3. การกระจายธุรกิจตามแนวนอน 3. การกระจายธุรกิจแบบเพิ่มพูน 4. การกระจายธุรกิจแบบเพิ่มพูน 4. การร่วมทุน 5. การไม่ลงทุน 6. การล้มละลาย

การเติบโตของตลาดช้า

ควอทแรนท์ I บริษัทอยู่ในตำแหน่งทางกลยุทธ์ที่เป็นเลิศ บริษัทมีทรัพยากรที่สามารถฉวยประโยชน์ ความได้เปรียบจากโอกาสภายนอกได้ โดยสามารถเสี่ยงได้ถ้าจำเป็น

ควอทแรนท์ II บริษัทต้องประเมินแนวทางการตลาดของตนใหม่อย่างจริงจัง แม้ว่าอุตสาหกรรมจะเติบโต บริษัทไม่สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งบริษัทสามารถเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงสถานภาพทางการแข่งขันได้ดีที่สุดอย่างไร

ควอทแรนท์ III บริษัทมีอัตราการเติบโตช้า และบริษัทมีตำแหน่งทางการแข่งขันที่อ่อนแอ ดังนั้น บริษัทจำต้องเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่อย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงผลร้ายในอนาคตหรือความเป็นไปได้ที่จะล้มละลาย

ควอทแรนท์ IV บริษัทมีตำแหน่งทางการแข่งขันที่เข้มแข็ง แต่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตช้า บริษัทมีความแข็งแกร่งที่จะกระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจอื่นที่มีอัตราการเติบโตสูงและรวดเร็วกว่า รวมทั้งมีระดับกระแสเงินสดที่สูงและมีความต้องการที่จะเติบโตภายในอย่างจำกัด

การเติบโตของตลาด และตำแหน่งการแข่งขันของ PepsiCo ดังนี้




 

การเติบโตของตลาดรวดเร็ว


 

ตำแหน่งการ
แข่งขันที่อ่อนแอ

Quadrant 2



Quadrant 1

ตำแหน่งการ
แข่งขันที่เข้มแข็ง

Quadrant 3


Quadrant 4

 


การเติบโตของตลาดช้า

 

จากตารางกลยุทธ์ใหญ่สามารถวิเคราะห์ได้ว่า PepsiCo อยู่ในควอทแรนท์ที่ 1 คืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีตำแหน่งทางกลยุทธ์ที่เป็นเลิศ และมีอุตสาหกรรมเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง และมีทรัพยากรเพียงพอที่จะขยายธุรกิจเดิม และ/หรือกระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจอื่นที่มีอัตราการเติบโตสูงได้



กลยุทธ์ที่แนะนำ คือ

  1. กลยุทธ์ Concentration ในตลาดปัจจุบันโดยใช้กลยุทธ์ Market Development, Market Penetration และในส่วนของผลิตภัณฑ์ปัจจุบันจะใช้ Product Development




  1. ในกรณีที่บริษัทมีทรัพยากรมากเกินพอ ควรปรับใช้กลยุทธ์ Backward / Forward / Horizontal integration และอาจจะลดความเสี่ยงจากการเน้นตลาดเดียว โดยปรับใช้กลยุทธ์ Concentric Diversification


The Quantitative Strategic Planning Matrix (QSPM)
ตารางการวางแผนเชิงกลยุทธ์เชิงปริมาณ
QSPM เป็นชุดของกลยุทธ์ที่สามารถตรวจสอบเป็นลำดับหรือความพร้อมเพรียงกันได้ และเป็นการรวมปัจจัยภายนอกและภายในที่ช่วยในกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยดึงดูดความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่สำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ข้อจำกัดของ QSPM คือ ต้องมีญาณวิเศษในการพิจารณาและสมมติฐานการศึกษา การจัดลำดับ และการให้คะแนนความดึงดูดต่อการตัดสินใจที่มีวิจารณญาณ
การสร้างตาราง QSPM กำหนดให้
AS = คะแนนความดึงดูด

TAS = คะแนนความดึงดูดทั้งหมดโดยรวม

คะแนนความดึงดูด
1 = ไม่ดึงดูด

2 = ค่อนข้างดึงดูด

3 = ความดึงดูดสมเหตุสมผล

4 = มีความดึงดูดสูงสุด


สำหรับ PepsiCo แล้ว เมื่อพิจารณาคัดเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนำไปปฏิบัติโดยใช้ตารางการวางแผนกลยุทธ์เชิงปริมาณ (The Quantitative Strategic Planning Matrix (QSPM) โดยที่

กลยุทธ์ที่ 1 Product Development พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดที่ใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากตลาดในด้านนี้มีแนวโน้มในการเติบโตสูงขึ้นในปัจจุบันและอนาคต

กลยุทธ์ที่ 2 Market Development เพิ่ม และขยายฐานลูกค้าในตลาดใหม่ ๆ ซึ่งตอนนี้ตลาดในแถบเอเชีย ยังไม่อิ่มตัว และมีแนวโน้มในการเติบโตที่สูงขึ้น จึงสามารถเข้าไปช่วงชิงตลาดในแถบนี้ได้

กลยุทธ์ที่ 3 Forward Integration พัฒนาในส่วนของการกระจายสินค้าและพัฒนาในเรื่องของเครือข่ายกระจายสินค้าเพื่อให้สามารถกระจายสินค้าได้ทั่วถึง และมีต้นทุนที่ต่ำลง
จากผลการวิเคราะห์ จะพบว่าผลรวมของคะแนนดึงดูดโดยรวมสูงสุดเท่ากับ 5.08 แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) เป็นกลยุทธ์ที่มีความดึงดูดมากกว่า (More Attractive Strategy) เมื่อเปรียบเทียบกับ กลยุทธ์การพัฒนาตลาด (Market Development) และกลยุทธ์รวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration)

ดังนั้นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดที่ควรนำไปปฏิบัติ คือ กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดที่ใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากตลาดในด้านนี้มีแนวโน้มในการเติบโตสูงขึ้นในปัจจุบันและอนาคต








ข้อดี และข้อเสียของแต่ละกลยุทธ์แสดงได้ดังตาราง


 










 

 

 

 

 

 

 

 

Advantage

Disadvantage

 

 

Product Development

เพิ่มยอดขายโดยการพัฒนาปรับปรุงสินค้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของบริษัท

ใช้ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนามาก

 

 

Market Development

เพิ่มยอดขายในตลาดใหม่ ๆช่องทางการจัดจำหน่าย

มีความเสี่ยง อาจเกิดปัญหาการกีดกันทางการค้า

 

 

Forward integration

เพิ่มยอดขายโดยการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

อาจไม่มีความสามารถในการบรรลุความต้องการของบริษัทในเรื่องการจัดจำหน่ายได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



Step 9 : Recommend specific strategies and long-term objective. Show how much your recommendations will cost. Itemize these costs clearly for each projected year. Compare your recommendations to actual strategies planned by the company
จากการประเมินการวางแผนกลยุทธ์ด้วยวิธีต่างๆ จะเห็นว่า Pepsi มีจุดแข็งในด้านชื่อเสียงที่สินค้าเป็น Global brand และเน้นถึงความเป็นคนรุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ของ pepsi มีความหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการได้ทุกกลุ่ม แต่มีจุดด้อยตรงที่ในปัจจุบันนี้ ผู้คนได้ให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น แต่คุณลักษณะของ pepsi ที่ผู้บริโภคนึกถึงคือ ช่วยสร้างความสดชื่น แต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

กลยุทธ์ที่แนะนำ (Recommend Specific Strategies)

แผนงานระยะสั้น

บริษัทควรเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโดยใช้สินค้าเดิมในตลาดเดิม หรือสินค้าใหม่ในตลาดเดิม โดยเพิ่มกิจกรรมด้านการตลาด (Market Penetration) ดังนี้ คือ



  1. เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณประโยชน์และมีคุณค่าต่อสุขภาพเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค เพื่อจะได้ฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น โดยจัดทำโฆษณา ซึ่งใช้พรีเซ็นเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกและใส่ใจในสุขภาพมาโฆษณา

  2. หาวิธีในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ให้มาซื้อผลิตภัณฑ์ เช่น จัดทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับเด็กวัยเรียน จึงในผลิตภัณฑ์ต้องมีสารที่มีคุณประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และเติบโต อีกทั้งรสชาติต้องเป็นที่ถูกใจ เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายอีกทางหนึ่ง ซึ่งช่วงแรก จัดโปรโมชั่น ในทดลองชิมฟรี จัดซุ้มตามโรงเรียนที่มีชื่อเสียง เป็นต้น

  3. มีการปรับในเรื่องของ Package ที่ให้ดึงดูดผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยปรับให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สะดวกพกพาง่าย และเป็นการลดขยะที่เสียไปด้วย โดยอาจจะจัดกิจกรรมลดโลกร้อน โดยมีการนำผลิตภัณฑ์นี้ไปจัดจำหน่าย และรณรงค์ในช่วยกันลดโลกร้อน ซึ่งผู้บริโภคจะเล็งเห็นว่าบริษัทมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงเกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่บริษัท

แผนงานระยะยาว

บริษัทควรเลือกใช้กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) กลยุทธ์พัฒนาตลาด (Market Development) สำหรับแผนระยะยาว ดังนี้

กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น การเน้นในเรื่องวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพ โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำตาล มีไขมันอิ่มตัวน้อย และเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งยังคงรสชาติที่ยอดเยี่ยมอยู่

กลยุทธ์การพัฒนาตลาด เนื่องจากตลาดในแถบ Asia มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างสูง จากจุดแข็งในด้านชื่อเสียงของบริษัทและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ บริษัทจึงควรมุ่งเน้นไปยังตลาดใหม่ ๆ ในแถบ Asia โดยการลงทุนเปิดโรงงานผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด รายได้และกำไรโดยรวมของบริษัท ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของบริษัทในระยะยาวด้วย



วัตถุประสงค์ระยะยาว (Long- term objectives)

ภายในระยะเวลาอีก 5 ปี

1.เพิ่มกำไรสุทธิของบริษัทอีก 25%

2.เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มโลกจาก 31% เป็น 41%



ต้นทุนการดำเนินงานในการพัฒนากลยุทธ์ (Cost)

1.ประมาณการต้นทุนในการดำเนินการพัฒนากลยุทธ์การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโดยใช้สินค้าเดิมในตลาดเดิม หรือสินค้าใหม่ในตลาดเดิม โดยเพิ่มกิจกรรมด้านการตลาด (Market Penetration) โดยการตั้งงบค่าใช้จ่ายในการตลาดมากขึ้น มีการสำรวจตลาด และนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามที่ตลาดต้องการ นำกลยุทธ์การส่งเสริมการขายต่าง ๆ เข้ามาเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด โดยพยากรณ์การใช้งบค่าใช้จ่ายการตลาดปี 2010 -2014 อยู่ในสมมติฐานของงบประมาณงบการตลาดเพิ่มขึ้นทุก 2 % ของยอดค่าใช้จ่ายการตลาดแต่ละปี

2.ประมาณการต้นทุนในการพัฒนากลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในด้านการวิจัยตลาดสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมีการพยากรณ์การใช้งบลงทุนปี 2010 -2014 อยู่ในสมมติฐานของงบลงทุนซึ่งประมาณการงบลงทุนเพิ่มขึ้นทุก 20 % ของยอดงบลงทุนแต่ละปี โดยแบ่งเป็น 10 % ของงบลงทุนในปีนั้น ๆ

3.ประมาณการต้นทุนในการพัฒนากลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมีการพยากรณ์การใช้งบลงทุนปี 2010 -2014 อยู่ในสมมติฐานของงบลงทุนซึ่งประมาณการงบลงทุนเพิ่มขึ้นทุก 10 % ของยอดงบลงทุนแต่ละปี โดยแบ่งเป็น 50 % ของงบลงทุนในปีนั้น ๆ


4.ประมาณการต้นทุนในการพัฒนากลยุทธ์การพัฒนาตลาด โดยมีการพยากรณ์การใช้งบลงทุนปี ปี 2010 -2014 อยู่ในสมมติฐานของงบลงทุนซึ่งประมาณการงบลงทุนเพิ่มขึ้นทุก 10 % ของยอดงบลงทุนแต่ละปี โดยแบ่งเป็น 30 % ของงบลงทุนในปีนั้น ๆ



(In millions of dollars)
ารางประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินโครงการสำหรับระยะเวลา
5 ปีแรก ซึ่งมาจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และเงินลงทุน



ประเภทค่าใช้จ่าย




Year Forecast




รวม

หมายเหตุ

2010 (F)

2011 (F)

2012 (F)

2013(F)

2014 (F)







1.ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด

950

1,045

1,150

1,265

1,390

5,800

2 % ของยอดขาย

2.งบลงทุน

11,340

12,600

14,000

15,555

17,280

70,775




ค่าใช้จ่ายรวม

12,290

13,645

15,150

16,820

18,670

76,575






(In millions of dollars)
ายละเอียดงบลงทุนจำแนกได้ดังต่อไปนี้




ประเภทค่าใช้จ่าย

Weight

ปี







รวม

2010 (F)

2011 (F)

2012(F)

2013(F)

2014(F)

งบลงทุน

100 %

11,340

12,600

14,000

15,555

17,280

70,775



Product Development

























งบการวิจัยตลาดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

20%

2,268

2,520

2,800

3,111

3,456

14,155

งบวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์

50%

5,670

6,300

7,000

7,778

8,640

35,388

Market Development

ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด

รวมค่าใช้จ่ายในการพัฒนากลยุทธ์

30%



3,402

3,780

4,200

4,666

5,184

21,232


เปรียบเทียบกลยุทธ์ที่แนะนำกับกลยุทธ์ที่บริษัทใช้ในปัจจุบัน

จากกลยุทธ์ที่ทางบริษัทใช้อยู่ในปัจจุบันได้แก่ กลยุทธ์การเจาะตลาดเดิม กลยุทธ์การพัฒนาตลาด กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การควบรวมกิจการ กลยุทธ์ Power of One ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกลยุทธ์ที่แนะนำกับกลยุทธ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จะเห็นว่ามีกลยุทธ์ที่เหมือนกัน 2 กลยุทธ์ คือ กลยุทธ์การพัฒนาตลาด กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่เพิ่มความเข้มข้นในการนำมาใช้เพิ่มขึ้น เพื่อการรักษาฐานของลูกค้าปัจจุบันหรือรักษาส่วนแบ่งเดิมไว้เพื่อทำกำไรอย่างต่อเนื่อง และขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างกำไรอย่างยั่งยืน



Step 10: Specify how your recommendations can be implemented and what results you can expect. Prepare forecasted ratios and projected

financial statements. Present a timetable or agenda for action.

การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติใช้

  1. ด้านการจัดการ

  • พัฒนาโครงสร้างองค์กร เพื่อจัดการกับผลกำไรจากการดำเนินกิจการระหว่างประเทศที่ค่อนข้างต่ำและเร่งการเติบโตในตลาดระหว่างประเทศ

  • ปรับโครงสร้างใหม่ที่จะรวมสินค้ายี่ห้อต่าง ที่วางขาย จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับสินค้าและยี่ห้อที่หลากหลาย

  • ปรับโครงสร้างผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งเป้าไปที่การคิดค้ผลิตภัณฑ์ใหม่

  • ปรับวิสัยทัศน์ขององค์กร โดยคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้เพิ่มสัดส่วนของว่างเพื่อสุขภาพในตลาด เนื่องจากประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนมาก ผู้บริโภคจะคำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญ

  • การประเมินรายละเอียดของเราในเรื่องขายปลีกและภูมินักช้อปการกำหนดบริเวณที่เราด้อยโอกาสและกลยุทธ์การสร้างโซลูชันเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งในการแข่งขันของเรา



2. ด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)

  • กลยุทธ์การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่

  • กลยุทธ์การพัฒนาสินค้าด้านอาหารและเครื่องดื่มให้เป็นที่ยอมรับในตลาดผู้บริโภค

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าของสินค้า ทำให้มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันคู่แข่ง

  • ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม


3. ด้านการตลาด (Marketing)

  • กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย

  • กลยุทธ์การขยายธุรกิจระหว่างประเทศ

  • กลยุทธ์การเข้าควบรวมกิจการ

  • กลยุทธ์พันธมิตรค้าปลีก (Power of One) เพื่อวางยุทธวิธีเพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่เดินเข้าร้านให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โคมากกว่าหนึ่งอย่าง

4. ด้านการเงินและบัญชี (Finance and Accounting)

  • จัดทำงบการเงินล่วงหน้าโดยมีการประเมิน Scenarioเป็นกรณีๆไปรวมทั้งจัดทำแผนฉุกเฉินถ้าหากรายได้ หรือกำไรในไตรมาสนั้นไม่สามารถทำได้ตรงตามเป้าหมาย

  • จัดทำแผนงบประมาณรายได้และค่าใช้จ่ายประจำปี รวมถึงงบประมาณการลงทุน เพื่อจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรทีมีอยู่อย่างเหมาะสม

  • จัดทำงบประมาณการลงทุน (Capital Budgeting) เตรียมเงินทุนเพื่อสนองตอบความต้องการขององค์กรตามนโยบาย

  • กระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ( Diversification)

5. ด้านระบบการบริหารสารสนเทศ (Management of Information Systems)

  • ลงทุนในระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วทันเวลา ข้อมูลทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

  • พัฒนาการเชื่อมโยงฐานข้อมูล ระบบสารสนเทศในทุกๆ ด้านเพื่อให้มีสะดวกในการนำข้อมูลมาประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ส่งเสริมให้มีการใช้ระบบการสื่อสารทาง Internet เช่น การใช้ VDO Conference มาใช้ในการประชุม


ประมาณกางงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า 3 ปี

หมายเหตุ : การพยากรณ์ ทำภายใต้รายได้, ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10%

การประมาณงบดุลล่วงหน้า 3 ปี


หมายเหตุ : พยากรณ์ภายใต้สมมติฐานสินทรัพย์โตขึ้น 10% ต่อปี
สมมติฐานในการจัดทำประมาณการงบกำไรขาดทุน

  • ประมาณการรายได้โดยคาดว่ารายได้ในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 10% เนื่องจากการใช้กลยุทธ์ Product Development, Market Development ,กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย และ กลยุทธ์พันธมิตรค้าปลีก (Power of One) จะทำให้ธุรกิจขยายตัวออกไปมากขึ้นในตลาดใหม่ๆ

  • บริหารการจัดการให้ต้นทุนอยู่ในประมาณ 60% ของยอดขายสุทธิ เพื่อเป็นการรักษาระดับทางการตลาดให้มั่นคงโดยปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีนวัตกรรมและดีขึ้น

  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงรักษาระดับอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งเมื่อเทียบกับยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว บริษัทยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สำหรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา


Timetable of action


1   2   3   4   5   6


База данных защищена авторским правом ©shkola.of.by 2016
звярнуцца да адміністрацыі

    Галоўная старонка