P epsiCo’s Diversification Strategy in 2008




старонка1/6
Дата канвертавання24.04.2016
Памер1.29 Mb.
  1   2   3   4   5   6









P







epsiCo’s Diversification Strategy in 2008



เป๊ปซี่โค เป็นบริษัทเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยปี 2007 มีรายได้สุทธิประมาณ 39,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ออกวางขายช่วง ปี 2008 มี Frito-Lay, Salty snacks, Quaker chewy granola bars, ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเป๊ปซี่, น้ำส้ม Tropicana, ชาลิปตัน บริสค, gatorade, propel, SoBe, Quaker Oatmeal, Cap’n Crunch, Aquafina, Rice-A-Roni, แป้งแพนเค้กสำเร็จรูป Annt Jemima, และผลิตภัณฑ์สำหรับบริโภคอีกมากมาย Gatorade, propel, rice-A-Roni, Aunt Jemima, และผลิตภัณฑ์ Quaker Oats ได้ถูกรวมเข้ามาในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ เป๊ปซี่โค จากการควบรวมกิจการของ Quaker Oats ด้วยมูลค่า 13900 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2001 การควบรวมดังกล่าวถือเป็นองค์ประกอบสุดท้ายในแผนการปรับโครงสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งส่งผลให้ บริษัทมีรายได้เพิ่มและกำไรสุทธิรายปีเพิ่มขึ้นเป็น 7% และ 12% ตามลำดับ ในส่วนอธิบายที่ 1 ได้แสดงการสรุปประสิทธิภาพทางการเงินของบริษัท เป๊ปซี่โค


Exhibit 1 Financial Summary for PepsiCo Inc.,1998-2007 ($ in millions, except per share amounts)




2007

2006

2005

2004

2003

2002

2001

2000

1999

1998

Net revenue

$39,474

$35,137

$32,562

$29,261

$26,971

$25,112

$23,512

$20,438

$20,367

$22,348

Net income

5,599

5,065

4,078

4,212

3,568

3,000

2,400

2,183

2,050

1,993

Income per common share-basic, continuing operations

$3.38


$3.00


$2.43


$2.45


$2.07


$1.69


$1.35


$1.51


$1.40


$1.35


Cash

Dividends per common share



$1.42


$1.16


$1.01


$0.85


$0.63


$0.60


$0.58


$0.56


$0.54


$0.52


Total Assets

$34,628

$29,930

$31,727

$27,987

$25,327

$23,474

$21,695

$18,339

$17,551

$22,660

Long term debt

4,203

2,550

2,313

2,397

1,702

2,187

2,651

2,346

2,812

4,028

ตลอดปี 2007 ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้มุ่งเน้นที่การรักษาผลประกอบการอันน่าประทับใจ ตั้งแต่การปรับโครงสร้างผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งเป้าไปที่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย การขยายธุรกิจระหว่างประเทศ และกลยุทธ์การเข้าควบรวมกิจการ การปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเช่น Gatorade G2, เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาที่มี Tiger woods เป็นผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่มธัญพืชผสมพร้อมชงอย่าง Quaker Simple Harvest เข้าสู่ตลาด มีส่วนช่วยในการผลักดันการเติบโตของบริษัท คิดเป็นสัดส่วน 15-20%ของการเติบโตทั้งหมด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเติบโตของบริษัท โดยผลิตภัณฑ์เป๊ปซี่โคในกลุ่ม better-for-you and good-for-you มียอดขายคิดเป็น 16 เปอร์เซ็นของยอดขายขนมขบเคี้ยวปี 2007 ในอเมริกาเหนือ และคิดเป็น 70%ของรายได้จากเครื่องดื่มในอเมริกาเหนือในช่วงปี 2007 และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของยอดขายผลิตภัณฑ์ Quaker Oats ในอเมริกาเหนือ ช่วงปี 2007 นอกจากนี้ บริษัท ได้เพิ่มสัดส่วนของว่างเพื่อสุขภาพในตลาดนอกอเมริกาเหนือ เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนมาก ต้องการลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว คอเรสเตอรอล ไขมันทรานส์ และคาร์โบไฮเดรต

กลยุทธ์พันธมิตรค้าปลีก Power of One ของบริษัท ได้ถูกนำมาใช้ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ยอดขายของเป๊ปซี่โคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและช่วยให้บริษัทได้ค้นพบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตรงความต้องการของผู้บริโภค ภายใต้กลยุทธ์ Power of One นักการตลาดและผู้ค้าปลีกของเป๊ปซี่โคได้ร่วมมือกันทั้งร้านและในระหว่างการประชุมนอกสถานที่เพื่อวางยุทธวิธีเพื่อดึงดูดผู้ บริโภคที่เดินเข้าร้านให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โคมากกว่าหนึ่งอย่าง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จส่วนมากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ค้าปลีกคิดขึ้น

ยอดขายระหว่างประเทศของเป๊ปซี่โคได้เติบโตขึ้น 22 % ในปี 2007 ในขณะที่บริษัทยังมีช่องทางอย่างอื่นอีกมากมายในการเพิ่มยอดขายในตลาดนอกอเมริกาเหนือ บริษัทได้ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดขนาดใหญ่ในตลาดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวประเภทของเค็มในหลายประเทศ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการส่งผลิตภัณฑ์ Quaker ออกไปในตลาดนอกสหรัฐอเมริกา และในปี 2006 ร้อยละ 75 ของยอดขาย Quaker Oats ในตลาดระหว่างประเทศ ที่มีมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐมาจากเพียง 6 ประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ ผลการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศของเป๊ปซี่โคยังมีกำไรน้อยกว่าการดำเนินธุรกิจในอเมริกาเหนืออยู่มาก ในขณะที่อัตรากำไรการดำเนินงานของภาคธุรกิจระหว่างประเทศของเป๊ปซี่โคขยับอยู่ในช่วง 13.4-15.6% ตลอดช่วงปี 2004 และ 2007 แต่อัตรากำไรจากการดำเนินงานของ Frito-Lay และธุรกิจเครื่องดื่มในอเมริกาเหนือกลับมีมูลค่า 21.3-25% ในช่วงเวลาเดียวกัน ยอดขายผลิตภัณฑ์ Quaker Cap’n Crunch, Life cereal, Quaker oatmeal, Chewy granola bars, Aunt Jemima, และ Rice-A-Roni ที่ทำผลกำไรได้สูงสุดในบรรดาผลิตภัณฑ์เป๊ปซี่โคทั้งหมด โดยมีกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่า 30% ต่อปีในช่วงระหว่างปี 2004 ถึง 2007

ฝ่ายบริหารของเป๊ปซี่โคได้พัฒนาโครงสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ในปี 2008 เพื่อจัดการกับผลกำไรจากการดำเนินกิจการระหว่างประเทศที่ค่อนข้างต่ำและเร่งการเติบโตในตลาดระหว่างประเทศบริษัทคาดว่าโครงสร้างใหม่ที่จะรวมสินค้ายี่ห้อต่างๆ ที่วางขายใน อังกฤษ ยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เอาไว้ภายใต้แผนกเดียวกัน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับสินค้าและยี่ห้อที่หลากหลายของตน มันค่อนข้างเป็นไปได้ว่าผู้บริหารของเป๊ปซี่โคที่ต้องพิจารณาปรับโครงสร้างในส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวเพื่อเพิ่มกำไรและพลิกฟื้นจากการตกลงของมูลค่าหุ้นที่เริ่มตั้งแต่ปี 2008 ส่วนอธิบายที่ 2 ผลประกอบการด้านการตลาดของเป๊ปซี่โค ในช่วง 1998 และตุลาคม 2008

Exhibit 2 Monthly Performance of PepsiCO Inc.’s Stock Price , 1998 to March 2008 (a)

Trend in PepsiCo, Inc.’s Common Stock Price





ประวัติบริษัท



เป๊ปซี่โคก่อตั้งขึ้นในปี 1965 เมื่อผู้ถือหุ้นของ PepsiCola และ Frito - Lay ตกรลงรวมกิจการระหว่างบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ และผู้นำในธุรกิจด้านขนมขบเคี้ยวรสเค็ม บริษัท ใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นก็มีรายได้ต่อปี 510,000,000 เหรียญสหรัฐ และยี่ห้อที่รู้จักกันดี อย่างเช่น Pepsi - Cola, Mountain Dew, Fritos, Lay’s, Cheetos, Ruffles และ Rold gold ก็เกิดขึ้นตามมา ต้นกำเนิดเป๊ปซี่โคสามารถสืบย้อนไปได้ถึงปี 1898 เมื่อ เภสัชกร Caleb Bradham New Bern, North Corolina, คิดค้นสูตรเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ชื่อ Pepsi – Cola ธุรกิจขนมขบเคี้ยวรสเค็มของบริษัทได้เริ่มในปี 1932 เมื่อ Elmer Doolin ณ เมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัสเริ่มผลิตและจำหน่าย Fritos corn chips และ (นาย) Herman Lay เริ่มทำธุรกิจมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทสเนสซี ในปี 1961, Doolin และ Lay ได้ตกลงที่จะรวมกิจการระหว่างธุรกิจของพวกเขาเพื่อจัดตั้ง บริษัท Frito – Lay
PepsiCo xingkh̒ k̀xtậng k̄hụ̂n nı pī 1965 læa p̄hū̂ t̄hụ̄x h̄ûn meụ̄̀x PepsiCola Frito - Lay tklng kār khwb rwm kickār rah̄ẁāng xịkhxn k̄hnm khĕm læa kherụ̄̀xng dụ̄̀m yạks̄ʹ̒ Bris̄ʹạth h̄ım̀ thī̀ k̀xtậng k̄hụ̂n kạb rāy dị̂ pī $ 510,000,000 læa yī̀h̄̂x thī̀ rū̂cạk kạn dī chèn Pepsi - Cola, Mountain diw, Fritos, ley̒, chī TOS, Ruffles læa Rold thxng Rāk k̄hxng PepsiCo s̄āmārt̄h s̄ụ̄b t̄hụng 1898 meụ̄̀x New Bern, North Corolina, p̣hes̄ạchkr Caleb Bradham s̄r̂āng s̄ūtr s̄ảh̄rạb kherụ̄̀xng dụ̄̀m xạdlm thī̀ k̄heā chụ̄̀x Pepsi - Cola Ṭhurkic khĕm xāh̄ārẁāng - k̄hxng bris̄ʹạth‡ nı pī 1932 reìm meụ̄̀x Elmer Doolin of San Antonio, Texas, reìm p̄hlit læa kār tlād k̄ĥāwphod chip Fritos læa Herman Lay mạnf̄rạ̀ng reìm ṭhurkic cảh̄ǹāy chip nı Nashville, Tennessee Nı pī 1961, Doolin læa Lay tklng kār khwb rwm kickār rah̄ẁāng ṭhurkic k̄hxng tn pheụ̄̀x cạdtậng bris̄ʹạth Frito - Lay

 

ในช่วง 5 ปีแรกของการควบรวมกิจการของบริษัทเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว เป๊ปซี่โค นำผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Doritos Funyuns; ป้อนตลาดในประเทศญี่ปุ่นและยุโรปตะวันออก และเปิดโรงงานของว่างเฉลี่ย 1 โรงงานต่อปี จนกระทั่งปี 1971 เป๊ปซี่โคก็มีรายได้ถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว บริษัทเริ่มแสวงหาการเติบโตตั้งแต่ปี 1968 โดยการเข้าซื้อกิจการอย่างอื่นนอกเหนือจากธุรกิจของว่างและเครื่องดื่ม แต่การเข้าซื้อกิจการ Pizza Hut เมื่อปี 1977 เป็นก้าวสำคัญที่กำหนดทิศทางทางกลยุทธ์ของเป๊ปซี่โคในช่วง 20 ปีต่อมา การเข้าซื้อกิจการของ Taco Bell ในปี 1978 และ ไก่ทอด Kentucky ปี 1986 ได้สร้างผลงานทางธุรกิจ ซึ่ง wayne calloway ได้เปรียบเหมือนความสมดุลย์ของเก้าอี้สามขา ซึ่งอธิบายโดย Wayne Calloway (CEO เป๊ปซี่โค ในช่วงปี 1986 และ 1996) Calloway เชื่อว่าการผสมผสานของขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม และอาหารจานด่วน ได้สร้างโอกาสในการปันค่าใช้จ่ายร่วมกันและการปลูกถ่ายทักษะระหว่างกัน และเขายังสลับเปลี่ยนผู้จัดการระหว่างสามธุรกิจนี้ เพื่อพัฒนาการบริหารงานของบริษัท


เป๊ปซี่โคได้เสริมความเข้มแข็งให้กับธุรกิจขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มในช่วงทศวรรษที่ 80 ถึง 90 ด้วยการซื้อกิจการ Mug root beer, 7up international, Smartfood ready-to-eat popcorn, Walker’ Crisps (UK), Smith’s Crisps(UK), Mexican cookie company, Gemesa, and SunChips. Calloway ได้เพิ่มร้านอาหารบริการด่วน Hot- n - Now ในปี 1990, ครัว Pizza ใน California ปี 1992 และ East Side Mario 's, D' Angelo Sandwich Shops, และร้านอาหาร Chevy ของเม็กซิกันในปี 1993 บริษัทได้ขยายธุรกิจออกไปนอกเหนือจากธุรกิจน้ำอัดลมโดยการสัญญากับ Ocean Spray ในปี 1992 เพื่อกระจายน้ำผลไม้แบบดื่มคนเดียว การเริ่มทำตลาดชาพร้อมดื่ม Lipton ในปี 1993 และการเริ่มธุรกิจน้ำบรรจุขวด Aquafina และ กาแฟพร้อมดื่ม Frappuccino ในปี 1994

จนเมื่อปี 1996 ผู้บริหารเป๊ปซี่โคก็เริ่มรับรู้ว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมระหว่างร้านอาหาร และธุรกิจหลักหลักด้านเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของตนเป็นสิ่งที่สำเร็จได้ยาก นอกจากนี้ ผลประโยชน์ที่ได้จากการเอื้อกันระหว่างกลุ่มธุรกิจยังถูกหักล้างไปด้วยการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหารจานด่วน ซึ่งมีกำไรเพียงน้อยนิด ในปี 1997 CEO Roger Enrico ได้แยกสายธุรกิจร้านอาหารออกเป็นบริษัทมหาชนอีกบริษัท เพื่อมุ่งเน้นการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเป๊ปซี่โค ไม่นานหลังจากการแยกสายธุรกิจร้านอาหาร ของเป๊ปซี่โคออกมา Enrico ได้เข้าซื้อกิจการ cracker jack, tropicana, smith's snackfood company ในออสเตรเลีย ชา Sobe และเครื่องดื่มทางเลือก Tasali Snack Foods (ผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวชนิดเค็มในซาอุดิอาระเบีย ) และ บริษัท Quaker Oats


การเข้าซื้อกิจการ Quaker Oats

ด้วยมูลค่าในการเข้าซื้อกิจการที่สูงถึง 13,900 ล้านเหรียญฯ Quaker oats จึงเป็นกิจการที่ใหญ่ที่สุดที่เป๊ปซี่โคเข้าซื้อ และเป็นยี่ห้ออันดับหนึ่งในผลิตภัณฑ์ประเภท oat meal ในสหรัฐ อเมริกา ซึ่งมีส่วนแบ่งในกลุ่มตลาดกว่า 60% และยังเป็นยี่ห้อระดับแนวหน้าของ rice cakes (ข้าวพอง) และ granola snack bars และเป็นยี่ห้อที่รู้จักกันดีทีทั่วไปที่วางขายตามร้าน เช่นCap'n Crunch, Rice-A-Roni และ Aunt Jemina แต่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าที่สุดในกลุ่มยี่ห้อของ Quaker กลับเป็น Gatorade



Gatorade ได้รับการพัฒนาโดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยฟลอริดาในปี 1965 แต่ไม่ได้ทำการตลาดในเชิงพาณิชย์ จนกระทั่งขายสูตรให้ Stokely - Van Camp ในปี 1967 เมื่อQuaker Oats ซื้อแบรนด์จาก..stokely-van camp ในปี 1983 Gatorade ก็เปลี่ยนแปลงจากสินค้าในภูมิภาคที่มียอดขายต่อปีเพียง 90 ล้าน ไปเป็นยี่ห้อที่สร้างรายได้ทะลุ 2 พันล้าน Gatorade สามารถเพิ่มยอดขาย มากกว่าร้อยละ10 ต่อไปในทศวรรษที่ 90 โดยไม่มีผู้แข่งขันหน้าใหม่รายใดในธุรกิจเครื่องดื่ม

ประเภท isotonic ที่จะสั่นคลอนจากการยึดครองตลาดของยี่ห้อนี้ได้ เป๊ปซี่, โคคา โคลา , กลุ่ม France’s danone และกลุ่มธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ของสวิสส์อย่าง Nestle ได้ให้ความสนใจ Gatorade เนื่องจากความสามารถในการยึดส่วนแบ่งการตลาด และแนวโน้มการเติบโตของเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาเป๊ปซี่โคเป็นผู้ชนะการประมูล Quaker Oats และ Gatorade ด้วยสัญญาที่จัดทำขึ้นในธันวาคม 2000 แต่ไม่ได้รับ U.S. Federal Trade Commission (FTC) จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2001 สิ่งหลักที่ FTC ให้ความสนใจในการควบรวมกิจการ ก็คือการที่ Gatorade จะถูกรวมเข้าไปในกลุ่มธุรกิจด้านขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มของเป๊ปซี่โคอาจทำให้บริษัทเป๊ปซี่โคมีอำนาจที่จะต่อรองกับร้านสะดวกซื้อมากกเกินไปและส่งผลให้บริษัทขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มรายอื่นที่ขนาดเล็กกว่า ถูกบีบให้ถอนสินค้าออกจากร้านสะดวกซื้อได้และในการอนุมัติให้ควบรวมกิจการ FTC ได้ตั้งเงื่อนไขที่ห้ามไม่ให้เป๊ปซี่โคจัดจำหน่าย Gatorade ควบคู่กับเครื่องดื่มใดของตนเป็นระยะเวลา 10 ปี


หลังจาก การซื้อกิจการปี 2001

หลังจากได้เข้าซื้อกิจการ Quaker Oats ในเดือนสิงหาคม 2001 บริษัท ฯ ก็มุ่งเน้นที่การรวมสินค้า Quaker Oats ขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เข้าไปในรายการผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โค บริษัทฯ ยังได้เข้าซื้อกิจการประเภทอาหารและเครื่องดื่มขนาดย่อมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในอเมริกาและต่างประเทศ เพื่อขยายรายการผลิตภัณฑ์ภายใต้ brand เป๊ปซี่โค โดยหนึ่งในบริษัทที่ถูกซื้อกิจการในปี 2006 นี้มี stacy's bagel and pizza chips, น้ำอัดลม Izze, Duyvis nut (เนเธอร์แลนด์) และ Star Foods (โปแลนด์) การเข้าซื้อกิจการในช่วง 2007 เครื่องดื่มน้ำผลไม้ Naked Juice, เครื่องดื่ม Sandora (ยูเครน), ขนมขบเคี้ยว Bluebird (นิวซีแลนด์), เมล็ดถั่วและธัญพืช Penelopa (บัลกาเรีย) และ ขนมขบเคี้ยว Lucky (บราซิล)บริษัทยังได้ ร่วมทุนกับกลุ่ม Strauss ในปี 2007 เพื่อทำตลาด Sabra ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตและยอดขายสูงสุดของ hummus ในอเมริกาและแคนาดา

การเข้าซื้อกิจการของ PepsiCo ในปี 2007 ด้วยมูลค่าทั้งสิ้น 1300 ล้านเหรียญฯ ซึ่งที่ผ่านมามีการเข้าซื้อกิจการในปี 2006 มูลค่า 522 ล้าน และปี 2005 มูลค่า 1100 ล้าน ทั้งการเข้าซื้อกิจการอื่น และความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักในเครื่องดื่มและขนมของเป๊ปซี่โคได้ทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 20000 ล้านในปี 2000 ไปถึง 39000 ล้านในปี 2007 H̄lạngcāk s̄er̆c s̄în kār sụ̄̂x s̄māchik s̄mā khm ṣ̄ās̄nā kh wekh xex a Oats nı deụ̄xn s̄ingh̄ākhm 2001 bris̄ʹạth‡ mùng nên kā rbū rṇā kār s̄māchik s̄mā khm ṣ̄ās̄nā kh wekh xex a xāh̄ār Oats', k̄hnm læa p̄hlitp̣hạṇṯh̒ kherụ̄̀xng dụ̄̀m lng nı phxr̒t PepsiCo Bris̄ʹạth‡ dị̂ cảnwn"h̄en̆b nı kār sụ̄̂x"k̄hxng lĕk bris̄ʹạth teibto xỳāng rwdrĕw xāh̄ār læa kherụ̄̀xng dụ̄̀m nı s̄h̄rạṭ̄hxmerikā læa t̀āng pratheṣ̄ pheụ̄̀x k̄hyāy p̄hl ngān k̄hxng yī̀h̄̂x H̄en̆b nı kār k̄hêā sụ̄̂x kickār nı pī 2006 rwm bagel Stacy læa chip Pita, Izze xạdlm kherụ̄̀xng dụ̄̀m t̄hạ̀w Duyvis (neṭhexr̒lænd̒), læa Star Foods (polænd̒) Kār k̄hêā sụ̄̂x kickār nı ch̀wng 2007 rwm Naked kherụ̄̀xng dụ̄̀m n̂ả p̄hl mị̂ p̄hl mị̂, n̂ả Sandora (yūkhern), k̄hnm nk chnid h̄nụ̀ng (New Zealand), t̄hạ̀w læa mel̆d Penelopa (bạlkæreīy) læa k̄hnm chokh dī (brāsil) Bris̄ʹạth thī̀ p̂xn yạng pĕn bris̄ʹạth r̀wm thun kạb klùm Strauss nı pī 2007 tlād sāb rā thī̀ k̄hāy bn læa bærnd̒ thī̀ teibto rĕw thī̀s̄ud k̄hxng hummus nı s̄h̄rạṭ̄hxmerikā læa Cananda

 

ส่วนอธิบายที่ 3 แสดงงบรายได้ของเป๊ปซี่โค สำหรับปี 2005-2007 งบดุลบริษัทสำหรับ 2005-2007 แสดงในส่วนอธิบายที่ 4 การคำนวณการดำเนินงานบริหารกระแสเงินสดของบริษัท ฯ สำหรับปี 2004-2007 แสดงในส่วนอธิบายที่ 5



Exhibit 3 PepsiCo Inc.’s Consolidated Statements of Income, 2005-2007 ($ in millions, except per share amounts)




2007

2006

2005

Net revenue

$39,474

$35,137

$32,562

Cost of sales

18,038

15,762

14,176

Selling, general, and administrative expenses

14,208

12,774

12,314

Amortization of intangible assets

58

162

150

Operating profit

7,170

6,439

5,922

Bottling equity income

560

616

557

Interest expense

(224)

(239)

(256)

Interest income

125

173

159

Interest before income tazes

7,631

6,989

6,382

Provision for income taxes

1,973

1,347

2,304

Net income

5,658

5,642

4,078

Net income per common share-basic

$3.48

$3.42

$2.43

Net income per common share-diluted

$3.41

$3.34

$2.39
  1   2   3   4   5   6


База данных защищена авторским правом ©shkola.of.by 2016
звярнуцца да адміністрацыі

    Галоўная старонка